urban guideline of education city - issue 05

Post on 04-Apr-2016

220 Views

Category:

Documents

0 Downloads

Preview:

Click to see full reader

DESCRIPTION

แนวทางการพัฒนาเมืองการศึกษา ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ เพื่อก่อให้เกิดสังคมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ | หนังสือชุดเล่มที่ 5 จาก 6 เล่มของแนวคิดการพัฒนาเมือง 5 ประเภท ดูเล่มที่เหลือได้ที่ https://issuu.com/bellethana/stacks/ac49270e6d3845a38592299378012b63

TRANSCRIPT

เมองการศกษา

คมอออกแบบและวางผงแนวคดเมอง

เมองการศกษา

จดทำขนภายใตโครงการจดทำหลกเกณฑการจดประเภทเมอง

และแนวคดในการวางผงเมอง เมองทองเทยวดานนนทนาการและบนเทง

เมองอตสาหกรรม เมองศนยราชการ เมองการศกษา

และเมองคมนาคมขนสงทางนำและโลจสตกส

โดย

กรมโยธาธการและผงเมอง

๐ นยาม - ววฒนาการ - กรณศกษา

๐ ปญหา - ความทาทาย

๐ แนวคดการพฒนาเมอง

๐ เกณฑมาตรฐานการพฒนาเมอง

๐ เมองตนแบบเมองการศกษา

๐ การบรหารจดการเมอง

เมองการศกษา

นยามววฒนาการกรณศกษา

6

นยาม

การศกษา (Education) ความหมายของการศกษา จอหน ดวอ (John Dewey) ไดใหความหมายของการศกษาไว คอ 1.การศกษาคอชวต ไมใชเตรยมตวเพอชวต 2.การศกษาคอความเจรญงอกงาม 3.การศกษาคอกระบวนการทางสงคม และ 4.การศกษา คอการสรางประสบการณแกชวตซงเปนกระบวนการใหสงเสรมใหบคคลเจรญเตบโตและมความเจรญงอกงามทางกาย อารมณ สงคมและสตปญญาจนเปนสมาชกของสงคมทม คณธรรมสง

เมอง (City) หมายถง สถานทซงกลมคนทมความกระตอรอรนมารวมกนเพอดาเนนกจกรรม รวมกลมในรปแบบลกษณะตางๆ (Spiro Kostof)

เมองการศกษา หมายถง สถานทซงกลมคนทมความกระตอรอรนทจะมารวมกน ซงดาเนนกจกรรมทเกดการสรางประสบการณชวต สรางกระบวนการทางสงคม และเรยนรชวต เรยนรความเจรญงอกงามของชวต เพอเปนกระบวนการสงเสรม ใหบคคลเจรญเตบโต ในดานอารมณ สงคมและสตปญญา

7

387 B.C. ศตวรรษท 9 ศตวรรษท 20

การลมสลายของ

อาณาจกรโรมน ยคมด

ศาสนา มอานาจสงสด

Greek : Academy of

Athens โดย เพลโต

ใชพนทสาธารณะของ

เมอง ในการแลกเปลยน

ความรทวไป ปรชญา

Medieval University :

Bologna University

มหาวทยาลยแหงแรกของ

โลก สอนแพทย

นตศาสตร เทววทยา

Modern University/

National University

เรยนรวมกนหลายศาสตร

มนกเรยนจากหลายพนท

หลายประเทศ

Intergovernmental

University

เนนสอนสาขาเฉพาะทาง

ตามความถนดของแตละ

พนท/ทองถน

1750 การปฏวต

อตสาหกรรม การเชอม

โยงทางดานคมนาคม

การพฒนาทางดาน

เทคโนโลย ตองการ

ความรเฉพาะทาง

ศตวรรษท 18

Openspace/Urban Plaza University and City Univercity City Univercity merge City

Campus Campus

OpenspaceCity

Openspace

Campus

OpenspaceCity OpenspaceCity

CampusFacilities

Linkage

City

ววฒนาการเมอง

เมองทาโขลง-คลองหลวง-รงสตจงหวดปทมธาน

ประเทศไทย

ผงเมองรวมเมองทาโขลง-คลองหลวง-รงสต อยในจงหวดปทมธาน

หางจากกรงเทพมหานครไปทางทศเหนอตามทางหลวงแผนดนหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธน) เปนระยะทางประมาณ 27.8 กโลเมตรเปนเมองปรมณฑล (Sattlelite town) ทรองรบการขยายตวของกรงเทพมหานครทางตอนเหนอ

มการคมนาคมเชอมตอกนทสะดวกดวยทางหลวงแผนดนและทางพเศษ จงทำใหเปนเมองทมการขยายตวของพาณชยกรรม และทพกอาศย ทงยงเปนเมองศนยกลางทางการศกษา วจย และพฒนาเทคโนโลยของภมภาคจากการมสถาบนการศกษาโดยเฉพาะในระดบอดมศกษารวมถงพพธภณฑและศนยการเรยนรตงอยเปนจำนวนมาก

การพฒนาเมอง:

• เมองมการพฒนาระบบคมนาคมขนสงใหมการเขาถงทสะดวกสบาย ผคนสามารถมาทำงานแบบไปกลบได• มการจดระบบการใชทดน ใหชมชนเมองเปนศนยกลางการคา การบรการ อตสาหกรรมการผลต การศกษา และการวจยในระดบสง• ในแตละอำเภอไดมการจดตงศนยการเรยนรโดยมเปาหมายเพอใหเปนศนยการเรยนร ทเชอมโยงองคความรอยางหลากหลาย และเปนการสนบสนนและสงเสรม ใหประชาชนทกกลมเปาหมายเขาถงพนทความร

กรณศกษา

8

เมองออกฟอรดประเทศองกฤษ

ตางประเทศ

การพฒนาเมอง:

• มหาวทยาลย Oxford ประกอบดวย 38 สถาบน มอาคารหอพก 6 อาคาร พนทและอาคารของมหาวทยาลยสวนใหญตงอย ในยานใจกลางเมอง โดยเฉพาะยานประวตศาสตร Oxford เปนหนงในหนวยงานทใหญทสดของเมอง มการขยายตวอยางตอเนอง• ยานใจกลางเมองทเปนยานอนรกษเกาแก ประกอบดวยอาคารประวตศาสตร มนกศกษา ชาวเมองและนกทองเทยวเดนไปมากลายเปนเอกลกษณของเมอง• มพพธภณฑทมชอเสยง หองแสดงผลงานศลปะและหองสมดทมคณภาพมาก มสวนสาธารณะอนสวยงาม มโรงละคร รานอาหาร คลบ และบาร• มการหมนเวยนเคลอนยายของประชากรในทกๆ ป รวมถงการเปลยนแปลงตามฤดกาลตางๆ

เมองออกฟอรดเปนเมองการศกษาทมชอเสยงอยในภาคตะวนออก เฉยงใตของประเทศองกฤษ

หางจากกรงลอนดอนเปนระยะทาง 80 กโลเมตร เปนศนยกลางของการศกษาในระดบอดมศกษาและการศกษาตอเนอง เนองจากเปนทตงของมหาวทยาลยทมชอเสยงของโลกคอมหาวทยาลยออกซฟอรด รวมทงสถาบนการศกษาอนๆ

เมองออกฟอรดเปนเมองนาอย ความทเปนทตงของมหาวทยาลย สำคญบรรยากาศภายในเมองยงคงมอาคารและยานประวตศาสตร ในยคเกาแกขององกฤษสงผลใหเมองกลายเปนแหลงทองเทยวและ เกดธรกจอนๆ ทเกยวของกบการเปนเมองการศกษาตามมา เชน ธรกจทพกอาศย ธรกจโรงพมพ โรงเรยนสอนภาษา

9

10

สรปกรณศกษา

จากการศกษากรณศกษาทงในและตางประเทศ

พบวาองคความรจะเปนสงสำคญตอการพฒนาชมชนมนษยในอนาคต โดยเฉพาะอยางยง กระแสสงคมสรางสรรค (Creative Society) ทใหความสำคญกบการใชความรความสามารถ มาตอยอดเปนการผลตทสามารถตอบสนองความตองการของตลาดในรปแบบใหม ไดอยางมประสทธภาพ แนวคดดงกลาวสงผลใหเมองการศกษาไดรบความสนใจประเดน การพฒนาเปนอยางมาก เนองเปนเมองทมฐานองคความรทางวชาการทสามารถนำไป ประสานกบการผลตทองถน ทำใหเกดมลคาเพมในการผลตไดเปนอยางด

ในอดต สถาบนการศกษามกจะมความเปนเอกเทศจากกจกรรมของเมอง จงมกจะมกจกรรม ทซำซอนกนทงในเมองและในสถาบนการศกษา ไมไดมการประสานใหเกดประสทธภาพ ในการใชงานรวมกนอยางเหมาะสมนก แนวทางในการวางผงเมองการศกษาแหงอนาคต จงใหความสำคญกบประสทธภาพของการใชประโยชนทดนและโครงสรางพนฐานเมอง เพอสรางประสทธภาพผานการประสานประโยชน และการจดสรรการใชสอยพนท อยางเหมาะสม เพอใหกจกรรมและพนทในสถานศกษาสามารถใหบรการพลเมองได อยางมประสทธภาพภายใตหลกการ “เมองประสทธภาพ” (City Efficient) ทำใหเกดการประหยดในตนทนการบรหารจดการเมอง

แนวคด “เมองประสทธภาพ” สามารถนำมาใชกบเมองการศกษาโดยการจดวางผงเมองรวม ใหสถานศกษาแยกพนทเพอการสาธารณะ (Public Space) กบพนทสวนเฉพาะการศกษา (Education Space) ออกจากกน ซงการจดวางผงในลกษณะดงกลาวจะสรางประโยชน ใหกบทงเมองและสถาบนการศกษาเอง เชน คณะแพทยศาสตรวางผงใหสวนโรงพยาบาล สามารถบรการประชาชนไดอยางสะดวก แยกสวนโรงเรยนแพทยและหอพก นกศกษาแพทยไปอยในพนทสวนการศกษา จดพนทสเขยว พกผอนหยอนใจ และนนทนาการของสถาบนการศกษา รวมถงหองสมด โรงอาหาร และศนยรวมเรยนรวม ใหเปนสวนหนงของโครงขายพนทสาธารณะของเมอง เปนตน

และในทางกลบกนสถาบนการศกษากสามารถลดกจกรรมบางสวนใหมาใชกบพนทอนๆ ของเมองได เชน พนทพาณชยกรรมและทพกอาศย ดวยแนวทางการวางผงแบบ “เมองประสทธภาพ” จะสามารถสรางความเปนอนหนงอนเดยวกนระหวางเมอง กบสถานศกษา ลดกจกรรมและการใชประโยชนทดนทซำซอน ทำใหการคนควาและวจย ในสถาบนการศกษาเปนสวนหนงของกระบวนการผลตของเมองไดตอไป

11

S WO T

S WO T

จดแขง Strenghts จดออน Weeknesses

โอกาส Opportunities ภยคกคาม Threats

• ประชากรเมองสวนใหญมการศกษาสง และตองการมคณภาพชวตทด• สามารถใชกจกรรมดานการศกษา และกจกรรมสนบสนนมาเปน สาธารณปการของเมองได

• เปนเมองทมความตองการพนทจำนวนมาก ตองมโครงสรางพนฐานครบถวนสมบรณ แตกอใหเกดรายไดโดยตรงตอเมองไมมากนก• มกจกรรมการศกษา คนควาและวจยบาง ประเภททอาจกอใหเกดความเสยงตอชมชน และสภาพแวดลอมเมอง

• สอดคลองกบแนวคดการพฒนาเมอง ในปจจบนทใหความสำคญกบสงคม สรางสรรค (Creative Society)• เชอมโยงความเชยวชาญเฉพาะดาน การศกษากบการผลตหลกของเมองได อยางมประสทธภาพ

• มโอกาสทจะเกดกจกรรมซำซอน ระหวางสวนเมองกบสวนการศกษา และมความขดแยง/แขงขนกนเองได

12

13

ปญหาความทาทาย

14

ปญหาของเมองการศกษา

เศรษฐกจ สงคมสง

แวดลอม

การใชงานพนทโดยรอบไม

ตอบสนองตอ

กจกรรมของมหาวทยาลย

ขาดการปฏสมพนธ

ระหวางมหาวทยาลยกบเมอง

การศกษาไมกระจายออก

มลพษทางอากาศ

จากการใชรถยนต

ขาดการพฒนาพนทเรยนร

ทตอบสนองตอ

มลคาทางเศรษฐกจ

ยานโดยรอบมหาวทยาลย

โตโดยขาดการวางแผน

เกดพนทเสอมโทรม

มหาวทยาลยพฒนาแบบ

โตเดยวขาดเครอขายทาง

การศกษา

ขาดพนทสเขยวทม

คณภาพ

15

ความทาทายในการพฒนาแบบเมอง

เศรษฐกจ สงคมสง

แวดลอม

พฒนาพนททางกายภาพ

ใหตอบสนองทงมลคาทาง

เศรษฐกจและการเรยนร

การสรางการปฏสมพนธ

ระหวางพนทมหาวทยาลย

และเมอง

ลดการใชงานรถยนต

พฒนาทางเทา

และทางจกรยานเปนหลก

กาหนดแนวทางการ

พฒนาพนททสามารถชกจง

การลงทนของเอกชน

การสรางการมสวนรวมใน

การพฒนาระหวางผมสวน

เกยวของทกฝาย

มหาวทยาลยพฒนาแบบ

โตเดยว ขาดเครอขายทาง

การศกษา

พฒนาระบบการเรยนร

โดยเนนการเรยนรนอก

หองเรยน

พฒนาพนทสเขยวในพนท

โดยการเนนการคานง

ลกษณะทางธรรมชาตเดม

การพฒนาใหเขากบสภาพ

อากาศของเมองรอนเปน

หลก

แนวคดการพฒนา

เมองการศกษา

ประกอบดวย

1.เนนการปฏบตงานจรง

2.ทางานรวมกนเปนทม

3.เรยนจากเหตการณ

ปจจบน

4.เรยนรอยางบรณาการ

5.ใชเทคโนโลยเปนตวชวย

ในการเรยนร

ทฤษฏการเรยนร

ในศตวรรษท 21

รปภาพจาก: http://www.flickr.com/photos/taubmancollege/

ประกอบดวย

1.เมองสรางสรรค

2.เมองยดหยน

3.เมองสขภาพแขงแรง

4.เมองสมดลสงแวดลอม

5.เมองคมคา

6.เมองพอเพยง

เมองทยงยนประกอบไป

ดวยองคประกอบ 3

ประการนทอยอยางสมดลองคประกอบ

3 ดานสงคม

เศรษฐกจสงแวดลอม

ทฤษฏEQO City

แนวคดการพฒนา

เมองการศกษามงเนนการเสรมสรางโอกาสในการเรยนร

ผานสงคมการศกษา (Educational Society) โดยเนนการ

พฒนาเมองเพอตอบสนองตอลกษณะของการเรยนรใน

ศตวรรษท 21 ซงกลาวถง การใหคนเปนศนยกลางการ

เรยนรและการสรางการเรยนรจากวถชวตหรอประเดนท

เกดขนในสงคมปจจบน โดยเนนการสรางใหเปนเมอง

สรางสรรคหรอ (Creative City) ทกอใหเกดสงคมแหงการ

เรยนรทมประสทธภาพเอออานวยและกระตนใหเกดการ

เรยนรผานการใชชวตประจาวน

เมองการศกษาสรางสรรค

20

21

เกณฑมาตรฐานการพฒนาเมอง

22

ตวชวดเพอเปนเครองมอสการพฒนาผงเมองในอนาคต

ตวชวดเมองแตละประเภท เปนการกำหนดตวชวดเชงกายภาพเพอเปน benchmarking สำหรบการวางผงเมองรวมเมองประเภทตาง ๆ ทไดรบมอบหมาย

มสถาบนการศกษาขนาดใหญทม บคลากรทางการศกษาจำนวนมาก ควบคไปกบเมองทมบทบาทหนาทปกต

บทบาทหนาท

ลำดบศกยท 2 ทมบทบาทหนาทเฉพาะดานการศกษา

ลำดบศกยในภมภาค

ศนยกลางรองบรเวณชานมหานคร มบทบาททงดานการศกษาและศนยกลางชมชน

ตำแหนงทตง

ใหความสำคญกบระบบขนสงมวลชน และสรางความเชอมโยงทไรรอยตอระหวาง สถาบนการศกษากบศนยกลางพาณชยกรรมเมอง

ระบบคมนาคมขนสง

มการใชงานรวมกนระหวาง สถานศกษากบกจกรรมอน ๆ ของเมองอยางมประสทธภาพ

สาธารณปโภค

ใชพนทและกจกรรมของสถานศกษา เปนสวนหนงของสาธารณปการเมอง

สาธารณปการ

เปนสวนหนงของการทดลอง คนควาและวจยของสถานศกษา

พนทเกษตรกรรม

สถาบนการศกษาและศนยกลางพาณชยกรรมรองของมหานคร

การใชประโยชนทดนหลก

เมองการศกษา

23

ใชพนทรวมกนทงสถานศกษา และประชากรเมอง

พนทโลงวางและนนทนาการ

ลกษณะทางกายภาพ

เศรษฐกจ

เปนยานการศกษาทมความสมบรณใน

ตวเองและสามารถเชอมโยงกบศนยกลาง

เมองได อยางสะดวก

ประสานเศรษฐกจของเมองเขากบความ

เชยวชาญเฉพาะดานของสถานศกษา

อยางสมบรณ เพอใหเกดการเกอกลกน

สงคม

สงแวดลอม

รปแบบทางสงคมเปนอนหนงอนเดยวกน

ครบสมบรณทงจากเมองและจากสถาบน

การศกษา

เมองและสถาบนการศกษาประสานเปน

หนงเดยว สงผลใหสถาบนการศกษาเปน

พนทรกษาสงแวดลอมใหกบเมองไปในตว

24

เกณฑมาตรฐานการพฒนาเมอง

จากการศกษากรณศกษาพบวาเมองการศกษา มองคประกอบสาคญ 2 สวน มหนาทแตกตางกนอยางชดเจน ไดแก

1. สวนสถาบนการศกษา ซงมพนทสาคญเปนศนยกลางดานการศกษา ประกอบดวย กจกรรมกลางตาง ๆ เชน ศนยเรยนรวม

หองสมดกลางของมหาวทยาลย โรงอาหารกลาง สนามกฬาและทประกอบกจกรรมกลางตาง ๆ ลอมรอบดวยคณะและสถาบน

ตาง ๆ ภายในรวของสถาบนการศกษา

2. สวนพาณชยกรรมเมอง มพนทสาคญคอ ศนยพาณชยกรรมของเมอง ประกอบดวยกจกรรมกลางตาง ๆ ทไมสามารถอยใน

รวของสถาบนการศกษาได มหนาทตอบสนองทงบคลากรทเกยวของกบการศกษาและประชากรเมอง เชน ศนยการคา

พาณชยกรรม สถานบนเทงและพกผอนหยอนใจตาง ๆ ทไมสามารถอยในรวมหาวทยาลยได

เมองการศกษาทด ศนยกลางสถาบนการศกษากบศนยกลางของเมองตองมความตอเนองเปนอนหนงอนเดยวกน

มการแบงหนา ทกนอยางเหมาะสม การใชงานทไมซาซอนกน แตประชาชนมความสะดวกในการใชงานทกหนาท

เพอใหสถาบนการศกษากบเมองสามารถเกอกลกนอยางเหมาะสม ดงนนการเชอมโยงระหวางศนยกลางหลกทงสองแหงน

เปนประเดนสาคญในการวาง และจดทาผงเมองรวม เพอใหเกดการพฒนาศนยกลางทง 2 แหงเปนไปในทศทางทเหมาะสม

สรางคณภาพชวตทดใหประชาชนรวมกน

25

เกณฑพฒนาดานสภาพภมประเทศ

การกาหนดขอบเขตพนทวางผงทมศกยภาพในการใชประโยชนทดนแบบเมอง โดยแบงออกเปนสองสวน ดงน

1. ตองเปนพนททไมมขอจากดหรอมอปสรรคตอการพฒนาตามทศทางการพฒนาทกาหนดไว เชน พนทชมนา

ชายหาดสาธารณะ พนทอนรกษชนบทและเกษตรกรรม เขตเกษตรกรรมชนด ปาไม แมนา เปนตน

2. ตองเปนพนทมทงความเหมาะสมสอดคลองกบทศทางการพฒนาในอนาคตโดยใชทศทางการพฒนาในอนาคตของ

เมองเปนตวกาหนดเกณฑดงกลาว และจดลาดบการพฒนาพนทตามจากความเหมาะสมมากไปหาความเหมาะสมนอย

เชน การใชประโยชนทดนในปจจบน ตาแหนงทตง ระดบการใหบรการสาธารณปโภคสาธารณปการ เปนตน

พนทปาไม พนทปาเศรษฐกจ แมนา ลาคลอง พนทลาดชน พนทเสยงภยพบต พนทชมนา

26

เกณฑพฒนาดานการใชประโยชนทดน

เมองการศกษาจะประกอบดวย 2 ศนยกลาง

1. ศนยกลางในสถาบนการศกษาเปนหนาทวางผงและออกแบบของสถาบนการศกษาแตละแหง

2. ศนยกลางพาณชยกรรมเมองอยในความรบผดชอบของเมองและตองมการประสานกนระหวาง

สถาบนการศกษาและเมอง ในการกาหนดบทบาทหนาทและกจกรรมทจะอยในความรบผดชอบ

ของศนยกลางแตละแหง ศนยกลางเมองการศกษา จะมพาณชยกรรมเพอตอบสนองชวตประจาวน

ของประชาชนทวไป และบางสวนเพอตอบสนองบคลากรดานการศกษา แหลงงานของประชากรเมอง

การคาการบรการอน ๆ ทไมสามารถตงอยในสถาบนการศกษาได เนองจากขอจากดในเรองทตง

ขนาดของตลาดและการเขาถงสวนพนทโดยรอบเปนยานทพกอาศย โดยสวนทอยใกลสถาบนการศกษา

จะทาหนาทรองรบบคลากรดานการศกษา

ทดนประเภททอยอาศย

หนาแนนปานกลาง

ทดนประเภททอยอาศย

หนาแนนตา

ทดนประเภทพาณชยกรรม

และทอยอาศยหนาแนนสง

ทดนประเภทการสาธารณปโภค

สาธารณปการ

ทดนประเภททโลง

เพอการนนทนาการ

ทดนประเภท

สถาบนการศกษา

ทดนประเภท

สถาบนราชการ

ทดนประเภททอยอาศย

หนาแนนปานกลาง

(รองรบบคลากรทาง

ดานการศกษา)

27

เกณฑพฒนาดานระบบขนสงสาธารณะ

ระบบคมนาคมขนสงในเมองการศกษา

เนนการสรางการเดนทางระยะใกลทประหยดและเปนมตรกบสงแวดลอม

โดยเฉพาะอยางยงการเชอมโยงศนยกลางการศกษาและศนยกลางพาณชยกรรมเมองเขาดวยกน

ใหความสาคญกบการเดนเทา การขจกรยาน และระบบขนสงมวลชนระยะใกลเพอประสทธภาพ

ในการสญจร สวนยานพาหนะแบบมเครองยนตจะจดวางเสนทางไวดานนอกสามารถเขาทางดานขาง

หรอดานหลงของศนยกลางทงสองแหงได และ การเชอมโยงไปยงยานทอยอาศยของเมองใหความสาคญ

กบการสรางเครอขายทอยอาศยของบคลากรดานการศกษาทงทอยในรวและนอกรวสถาบนการศกษา

ใหมความตอเนองในเชงพนทเพอใหเกดการบรหารจดการและเชอมโยงท สะดวกเปนอนหนงอนเดยวกน

ถนนสายหลก ถนนสายรอง ถนนสายยอย เสนทางระบบ

ขนสงสาธารณะ

28

เกณฑพฒนาดานทโลงวางสาธารณะ

สวนสาธารณะ

ระดบเมอง

สวนสาธารณะ

ระดบชมชน

เสนทางเชอม

ตอสเขยว (Parkway)

เมองการศกษาสามารถสรางการบรณาการเชงพนทระหวางเมองกบสถาบนการศกษา

ใหสามารถใชพนทรวมกน อยางกลมกลน ชวยลดความตองการพนทโลงวางสาธารณะในเมอง ทาใหการใชพนทเมอง

ประหยดและมประสทธภาพมากขน สามารถทาไดโดยการจดลาดบความสาคญของพนทในรวสถาบนการศกษา ไดแก

1. สวนทประชากรเมองเขาไปใชงานไดตามปกต (Public Space)

เชน สนามกฬา สวนสาธารณะ สถานรกษาพยาบาล หอสมดกลาง เปนตน

2. พนทประชากรเมองเขาใชงานไดโดยมขอจากด (Semi Public Space)

เชน โรงอาหารกลาง รานคาของมหาวทยาลย ศนยการประชม เปนตน

3. พนททใชเฉพาะบคลากรดานการศกษา (Private Space) เชน หองเรยนในคณะตาง ๆ หองทดลองทางวชาการ เปนตน

การจดลาดบของการใชงานรวมกนระหวางสถาบนการศกษากบพลเมองจะชวยใหประชาชนมคณภาพชวตทดขนและ

ประหยดตนทนในการบรหารจดการเมองได นอกจากนน ยงรวมถงการพฒนาพนททางระบบนเวศเดมของเมองใหกลาย

เปนพนททางการเรยนร และการเพมกจกรรมการใชงานพนทสเขยวสาธารณะใหเปนพนทสงเสรมทางการศกษามากขน

เกณฑพฒนาดานสาธารณปโภคสาธารณปการ

29

เมองการศกษาตองการโครงสรางพนฐานทมประสทธภาพสง

เพอสนบสนนการคนควาและวจยในวงกวาง และมความ จาเปนทตองสามารถใหบรการไดอยางมนคงตลอด 24 ชวโมง

เพอลดขอจากดดานกรอบเวลาในการศกษา สาธารณปโภคจงตองมความทนสมยและมความมนคง

ระบบสาธารณปการจะใหความสาคญกบสาธารณปการขนาดใหญเพอเปนสวสดการใหแกบคลากรดานการศกษา

และรองรบประชากรเมองควบคกนไปดวย และสาธารณปการบางประเภทสามารถใชความเชยวชาญเฉพาะทาง

ของสถาบนการศกษามาใชกบเมองไดอยางเหมาะสม เชน สามารถใชโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตรในสถาบน

การศกษามาเปนสถานรกษาพยาบาลของเมองไดโดยออกแบบทางเขาออกใหรองรบการเขาออกของประชาชน

ในฐานะโรงพยาบาลทวไปไดดวย

สาธารณปโภค

สาธารณปการทวไป

สาธารณปโภค

รองรบพนทการศกษา

สาธารณปการ

ทางดานการศกษา

สาธารณปการทางดานการ

ศกษาใชรวมกบเมอง

3030

แนวทางการใชประโยชนทดนเมองการศกษา

บานเดยวสำหรบพลเมองทอยอาศยหนาแนนนอย

บานแฝดและทาวนเฮาส สำหรบพลเมองและบคลากร ทางการศกษา

ทอยอาศยหนาแนนปานกลาง

หอพกสำหรบนกศกษา และบคลากรทางการศกษา

-

เปนพนทสำหรบสถาบนการศกษา เพอการทดลองทางวชาการ

พาณชยกรรมและทอยอาศยหนาแนนมาก

ใชพนทของสถาบนการศกษาให เปนประโยชนดานนนทนาการ และการรกษาคณภาพสงแวดลอม

เปน Campus Life ทมทงสวนการศกษา กจกรรม และทอยอาศยรวมกน และมการวางผงใหเปนสวนหนง ของระบบสาธารณปการและ สาธารณปโภคของเมอง เพอใหบรการพลเมองไดดวย

ทโลงเพอนนทนาการและรกษาคณภาพสงแวดลอม

สถาบนการศกษา

สถาบนราชการการสาธารณปโภคและสาธารณปการ

อตสาหกรรมและคลงสนคา (รวมคลงสนคา)

อตสาหกรรมเฉพาะกจ

ชนบทและเกษตรกรรม

40-60

17-40

20-30

1-16

12

1-5

(คนตอไร)

-

31

ตนแบบเมองการศกษา

32

ประเภทเมอง

1

2

เมองการศกษาในบรบทเมองคอพนทมหาวทยาลยและชมชน

อยประชดตดกน พนทโดยรอบมหาวทยาลยโดยสวนใหญ

เปนพนททมสงปลกสรางอยแลว มกจกรรมทางสงคมตางๆ

เกดขนอยกอนทจะเกดมหาวทยาลย และมบรบทของพนท

ธรรมชาตอยไมมาก พนทมหาวทยาลยเองกลบกลายเปน

สวนทมพนทสเขยวหรอพนทเปดโลงขนาดใหญทสดในชมชน

มหาวทยาลยทตงอยในบรบทของชนบท ความเปนเมองยงไม

หนาแนน จะมการพฒนาและควบคมพนทๆ แตกตางกน

รวมทงมลกษณะเดนทมหาวทยาลยสามารถไดรบจากขอได

เปรยบดานพนทได รวมทงยงตองคานงถงบรบททาง

ธรรมชาตเปนพเศษ

เมองการศกษาในบรบทเมอง

เมองการศกษาในบรบทชนบท

33

แนวคดใหมการประยกตแนวคดใหมกบลกษณะเมอง

INTEGRATEผสานภายใตแนวคด

การพฒนาเมองการศกษาในบรบทเมองทาไดโดยการกระจายองคความร

ไปยงสวนตางๆ ของชมชนโดยรอบดวยวธการตางๆ อาท การกระจายตก

เรยน การสงเสรมใหนกศกษาออกไปใหความรแกชมชน รวมทงตว

มหาวทยาลยเองกทาหนาทเปนพนทสวนกลาง เปนพนทชวตรวมทงให

ความรกบชมชนโดยรอบไปพรอมๆกน

การพฒนาพนทการศกษาทหางไกลกบเมองและมพนททางธรรมชาตเปน

ตวคนกลางทาใหพนทการศกษาสามารถใชประโยชนจากพนทโลงวาง

และพนททางธรรมชาตรวมทงสามารถพฒนาเปนพนทๆ กอใหเกด

ประโยชนกบชาวเมองไปพรอมๆกบการอนรกษดแลโดยหนวยงานของ

มหาวทยาลย

แนวคดใหม

แนวคดใหม

34

ขอด กจกรรมกระจายตว

ไปตามตรอก

ซอกซอยตางๆ

เกดกจกรรมตลอด

กลางวน-กลางคน

เมองการศกษามหาวทยาลยในบรบทเมอง

35

ภมประเทศ

พนทสง

พนทตา

การใชประโยชนทดน

พนทอยอาศยหนาแนนและพาณชยกรรม

พนทอยอาศย

พนทสถาบนการศกษา

พนทอนรกษสงแวดลอม

ความหนาแนนกจกรรม

ความหนาแนนกจกรรมสง

ความหนาแนนกจกรรมสง

ความหนาแนนกจกรรมสง

ทางสญจร

ถนนหลก

ถนนรอง

ถนนยอย

สถานรถไฟใตดน

พนทสเขยว

พนทภเขา

พนทสวนสาธารณะ

พนทสเขยวในสถานศกษา

ขอเสย

ยานมหาวทยาลยฮงอก ประเทศเกาหลใตกรณศกษา

(Hongik University. Seoul South Korea)

ฮงอกเปนมหาวทยาลยดานศลปะ ในพนทมหาวทยาลยมพนท

ลานโลงจดแสดงงานศลปะ ในขณะทพนทเมองโดยรอบ

มหาวทยาลยทแตเดมเปนตกแถวอาคารทพกอาศยกได

ปรบเปลยนพนทชนลางเปนพนทคาขายทสอดคลองกบ

กจกรรมทางศลปะ เชน รานกาแฟ แกลเลอรแสดงงานศลปะ

รานขายอปกรณเครองเขยน ทำใหเมองและมหาวทยาลย

สงเสรมกนและกนจนกลายเปนยานศลปะ

เนองจากมตรอกซอกซอย

ทาใหยากตอการรบร

ทศทางและตาแหนง

36

กจกรรมการใชอาคาร

คลายคลงกนหมด

พนทมหาวทยาลย

ไมแบงปนการใชงานกบชมชน

ขาดการเชอมโยง

ทางเทา

พนทโลงไมไดใชงาน

ปญหาเมองการศกษาในบรบทเมอง

37

แบงปนพนทสวนกลาง

มหาวทยาลยกบชมชน

พฒนาพนทโลง

ประยกตใหเขากบกจกรรม

ของชมชนและมหาวทยาลย

เวทโตวาท สมมนาวชาการ

ใหความรชมชน

ลานแสดงงานศลปะ

เพมองคประกอบเมอง

Wifi Hotspot,

Street Furniture

เสนทางเดนสเขยว

เชอมโยงทงพนทเมอง

สพนทมหาวทยาลย

พนทพกผอน

ตนแบบเมองการศกษาในบรบทเมอง

38

แนวทางการออกแบบ

พฒนาเนอเมองและอาคาร

ลดการปดกนระหวางมหาวทยาลยและเมอง

การกระจายอาคารของคณะตางๆ

ไปยงพนทเมองทมบรบทสอดคลอง

ออกแบบพนทสวนกลางของ

มหาวทยาลยไวในตำแหนงทเขาถงงาย

และแบงปนกบเมองโดยรอบ

ออกแบบกจกรรมเมองใหสอดคลอง

กบอาคารเรยนทกระจายตวออกไป

เชน อาคารคณะสถาปตยกรรมไทย

กบพนทวด อาคารคณะศลปกรรม

กบพนท โลงสาธารณะ ฯลฯ

สรางพนทมหาวทยาลยใหเกดรอยตอ

กบเมอง เพอใชประโยชนพนทตางๆ

รวมกน เชน รานคา หอพก รานอาหาร

เพมอาคารดงดดคนในเมองเขามายง

มหาวทยาลย อาท พพธภณฑ

1

พฒนาการเชอมตอและทางสญจร

ใช Parkway เชอมตอพนทเมองเขากบ

พนทมหาวทยาลย

ออกแบบระบบขนสงสาธารณะในเมอง

เชอมโยงกบระบบขนสงในมหาวทยาลย

สรางอาคารศนยรวมการขนสงเพอการ

เดนทางระยะไกลเพออำนวยความสะดวก

ทงกบคนในมหาวทยาลยและคนนอกทจะ

เดนทางมายงมหาวทยาลย

2

4 เพมองคประกอบสำคญตางๆ

เพม street funiture ทจำเปน เชน

Wi-Fi Hot Spot

ปายโฆษณากจกรรมของมหาวทยาลย

ปายบอกทาง street art

3 พฒนาพนทสเขยว

เพมพนทสเขยวในเนอเมองและ

มหาวทยาลย

พนทสเขยวชวยเพมพนทซมนำและ

หนวงนำ

เพมพนทสเขยวยงยนดวยการปลกไม

ยนตน

39

40

พนทมหาวทยาลย

ถนนสวนมหาวทยาลยพพธภณฑมหาวทยาลย

รปตดเมองตนแบบ

41

พนทเมอง

สวนชมชนถนน Parkway

Gallery Gallery

42

ขอด มการเรยนทบรณาการ

เขากบสภาพพนท

ทเปนธรรมชาต

มการวจยทสามารถ

นาความรมาใชกบ

ชมชนโดยรอบ

เมองการศกษามหาวทยาลยในบรบทชนบท

43

ขอเสย ขาดระบบสญจร

สาธารณะเชอมโยง

เมองเขากบมหาวทยาลย

จฬาลงกรณมหาวทยาลย วทยาเขตสระบร ประเทศไทยกรณศกษา

(Chulalongkorn University Saraburi Campus. Saraburi Thailand)

จฬาลงกรณมหาวทยาลยดำเนนการตามนโยบายการขยาย

โอกาสทางการศกษาระดบอดมศกษาสภมภาคของรฐบาล

จงมการสรางวทยาเขตในพนทสระบร

และจดตงคณะทสอดคลองกบบรบท มการศกษาทางการ

เกษตรและการวจยทสามารถนำไปใชไดจรงกบชมชนเกษตร

โดยรอบ รวมทงมการพฒนาพนทอยางสอดคลองกบธรรมชาต

ภมประเทศ

พนทสง

พนทตา

แหลงนำ

อางเกบนา

การใชประโยชนทดน

พนทปาและภเขา

พนทการเกษตร

พนทสถาบนการศกษา

ทางสญจร

ถนนในมหาวทยาลย

44

ขาดพนทใหความรทาง

การศกษากบชมชน

ไมมพนทกนชนปองกนการ

พฒนารกลาพนทธรรมชาต

ไมมการใชประโยชนจาก

พนทโลงวางในทางการศกษา

ขาดแนวกนชนระหวาง

พนทธรรมชาตกบ

มหาวทยาลย

ปญหาเมองการศกษาในบรบทชนบท

45

พฒนาอาคารศกษา

ในพนทธรรมชาตโดยไม

รบกวนธรรมชาต

พฒนาพนทโลงวาง

เปนพนทวจยทางการเกษตร

สรางพนทกนชน

ปองกนไฟปาลามสพนท

มหาวทยาลย

สรางพนทกนชนกนการพฒนา

เขามาในพนทธรรมชาตไป

พรอมๆ กนกบใชงานเปน

พนทสาธารณะ

ตนแบบเมองการศกษาในบรบทชนบท

46

แนวทางการออกแบบ

2

1 พฒนาเนอเมองและอาคาร

พฒนาการเชอมตอและทางสญจร

ออกแบบอาคารใหสอดคลองกบสภาพ

แวดลอมนนๆ เชน ยกเสาสงในพนท

ลาดชน หรอไมสรางอาคารขนาดใหญ

บงทศนยภาพ

เพมอาคารดงดดคนในเมองเขามายง

มหาวทยาลย อาท พพธภณฑ

รวมทงใหความรกบชมชน

กระจายอาคารไปยงพนทธรรมชาตท

สามารถพฒนาได

เพอใชเปนพนทศกษาธรรมชาต

สรางระบบขนสงสาธารณะเพอเชอม

มหาวทยาลยเขากบพนทเมอง

47

3

4 เพมองคประกอบสำคญตางๆ

พฒนาพนทสเขยว

ใชประโยชนจากพนทโลงวาง

เชนทำฟารมกงหนลมผลตไฟฟา

พฒนาพนทโลงวางโดยรอบ

มหาวทยาลยใชเปนพนททางการ

เกษตรเพอการวจยและผลตอาหาร

พฒนาพนทโลงรอบมหาวทยาลยให

เปนพนทสาธารณะกบประชาชน

และใชเปนพนทกนชนกนการพฒนา

ของเมองทอาจรกลำเขามาในพนท

ธรรมชาตเนองจากมมหาวทยาลย

เกดขน

สรางพนทถอยรนจากพนทธรรมชาต

และอาคารมหาวทยาลย

เพอเปนแนวกนไฟและกนการรกลำพน

ทธรรมชาต

48

รปตดเมองตนแบบ

พนทมหาวทยาพนทเมอง พนทกนชน

แปลงวจยการเกฟารมกงหนลมสวนใหความรชมชนสวนสาธารณะ

ผลตไฟฟาเพอใชในมหาวทยาลยและชมชน

แปลงวจยผลตอาหารและขายหารายได

49

พนทธรรมชาตวทยาลย

การเกษตร อาคารเรยน

แนวดกนำไหลนองและกนไฟปา

เกบกกนำเพอใชในการชลประทาน

หลกการบรหาร

จดการเมอง

54

หลกการบรหารจดการเมอง

หลกการบรหารจดการเมองแตละประเภท คอการจดลาดบความสาคญของภาคแตละกลมอยางเหมาะสม

สรางความสมดล และความเทาเทยมกนในการแบกรบตนทนและผลประโยชนจากการพฒนา

รวมถงการเขาถงทรพยากรและโอกาสทาง เศรษฐกจอกดวย เมองแตละประเภทมแนวทางในการบรหาร

จดการแตกตางกน เมองการศกษามหลกการบรหารจดการ เมองดงตาราง

เมองการศกษา

เปนความรวมมอระหวางภาคหลก 2 ภาค ไดแก สถาบนการศกษา (ไมวาจะเปนของรฐหรอเอกชน)

กบองคกรปกครองสวนทองถน โดยมเปาหมายหลกเพอประสานการพฒนา

แบงหนาทความรบผดชอบของศนยกลางทงสอง ศนยกลางอยางครบถวนและเหมาะสม

และมภาคเอกชนเปนภาครองเพอทาหนาทพฒนาเมองตามแนวทางทภาคหลกไดกาหนดไว

ประเภทเมอง

การศกษา

ภาครฐบาล ภาคธรกจ ภาคประชาสงคม ภาคปจเจกบคคล

รปแบบการ

บรหารจดท

เหมาะสม

ภาคหลก

(สถาบนการศกษา)ภาครอง ภาคสนบสนน ภาคสนบสนน

โดยความรวมมอ

ระหวางสถาบนการ

ศกษากบ อปท.

55

สหราชอาณาจกร

สหราชอาณาจกรเรมตนการพฒนาเมองแหงการเรยนรโดยเรมตนในสวนทชมชนตองเรยนรถงกระบวนการสรางสรรค

โดยใชหลก ความรวมมอแบบหนสวน (Partnership) การมสวนรวม (Participation) และความสามารถในการดาเนน

งานระหวางสวนตาง ๆ ในชมชน (Performance)

เมองเจจ ประเทศเกาหลใต

เมองเจจ ประเทศเกาหลใต มเปาหมายทจะเปนเมองการศกษาของโลก “Jeju Global Education City”

ทงในระดบโรงเรยน โดยการนาหลกสตรทมคณภาพสง โดยการดงโรงเรยนชนนาในระดบนานาชาตมาจดตงในเมอง

ในระดบ มหาวทยาลย มการสรางวทยาเขตทหลากหลายโดยการนาหลกสตรและโปรแกรมจากมหาวทยาลย

ทมชอเสยงมาจดตง นอกจากนกระทรวงศกษาธการ วทยาศาสตรเทคโนโลยของรฐบาลยงเขามาชวยสนบสนน

งบประมาณในการจดตงศนยการศกษาภาษาองกฤษในเมอง รวมถงจดตงสงอานวยความสะดวกทเกยวของ

เชน ทพกอาศย ศนยรวมศลปะ วฒนธรรม การกฬา โรงละครโอเปรา ศนยนทรรศการ เปนตน

ประเทศสงคโปร

สงคโปรพฒนาดานศกยภาพมาตรฐานการศกษาในบรรดามหาวทยาลยตาง ๆ ในประเทศใหแขงแกรงขนเรอย ๆ

โดยขยบ มาอยทอนดบ 3 ของเมองนาเรยนของโลก เพอดงดดทงนกเรยนและนกศกษาจากตางประเทศ

โดยเฉพาะจากในภมภาค เอเชย โดยมจดแขงในเรองเมองทมคาครองชพตา คมคาสาหรบนกศกษาตางชาต

ในการมาเรยนมหาวทยาลย เมองเปรยบเทยบกบเมองในทวปยโรปและอเมรกา

ตวอยางรปแบบและแนวทางบรหารจดการเมองการศกษา

คณะทำงานนายยศพล บญสม

นายประพนธ นภาวงศดนางสาวปรยาภรณ สขกล

นายอภชาต บญญประภาสทธนางสาวณฐวรญช ภจนาพนธนางสาวณฐพชร ธนปณยนนทนายชวพงศ พพฒนเสรธรรม

นางสาวศภกา สขแจมใสนางสาวนภจร ศรฉตรสวรรณ

นายศภรตน สขฤกษนายชานนท หวงขจรเกยรต

คณะผจดทำ

บรษท ฉมา จำกด

คณะทปรกษาผศ.ดร.พนต ภจนดา

รศ.จามร อาระยานมตสกลผศ.ดร.ไขศร ภกดสขเจรญ

ผศ.ปาณทต รตนวจตรนางสาวอรอำไพ สามขนทด

top related